TANA CABANA Tel.08-1555-2028,0-3266-1789,0-3266-1915
Welcome / Bangalows / Condominium / Facilities / Attractions / Getting MAP / Gallery / Contact Us

 

HatWanakonNationalPark / อุทยานแห่งชาติหาดวนกร    

23 kilometres from Prachuap Khiri Khan, this 38-square kilometre park is centred on a fine 7 kilometre-pine-fringed beach. Camping is permitted. Snorkelling around offshore islands, swimming, hiking and bird watching number among major attractions. Admission is 200 baht per person. Accommodation facilities are available.

ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2535 เป็นอุทยานแห่งชาติ
ลำดับที่ 76 และเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลลำดับที่ 18 สภาพป่าเป็นป่าเบญจพรรณ สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าโปร่งประกอบด้วยไม้ผลัดใบหลายชนิดปะปนได้แก่ ไผ่ป่า ประดู่ มะค่าโมง เดิมพื้นที่ป่าเป็นป่าปลูกผสมผสานกับป่าธรรมชาติที่ฟื้นตัว พันธุ์ไม้ที่ปลูกได้แก่ เสลา ตะแบก สัก พะยอม สนทะเลและสนประดิพัทธ์ สัตว์ป่าพบจำนวนน้อยชนิด ส่วนใหญ่จะ พบนกชนิดต่างๆได้แก่ นกขมิ้นท้ายทอยดำ นกยางทะเล นกแซงแซวหางปลา นกตะขาบทุ่ง และนกอีกหลายชนิดมากมาย อุทยานครอบคลุมพื้นน้ำประมาณ 15.36 ตารางกิโลเมตร สัตว์น้ำที่พบมีปลาน้ำจืดได้แก่ปลาดุก ปลาช่อน ปลาหมอ ปลานิลและปลาทะเลต่างๆ ชายหาดมีความยาวประมาณ 7 กิโลเมตร เรียงรายด้วยทิวสนทะเลเป็นแนวไปตามชายหาด

   
Sam Roi Yot National Park / อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด    

 
Located 63 kilometres south of Hua Hin in the vicinity of Kui Buri district, this coastal national park covers an area of 98 square kilometres with limestone mountains, mangrove swamps, and beaches. It is also home to various kinds of local and migrating birds, which are plentiful from November to February. With a large number of ridges, Khao Sam Roi Yot (or the mountain of 300 peaks) stands as a landmark for seamen and also provides a good shelter for ships during a storm. To get to the park, follow the direction signs marking the remaining distances of 38 and 15 kilometres at Km. 256 and Km.286.5, respectively. Admission is 200 baht per person.

Attractions within the park area include: Hat Sam Phraya, located 3.5 kilometres north of the park office, is a beautiful beach lined with pine trees. Accommodation is available. Tham Kaeo is situated some 23 kilometres from Pran Buri or 15 kilometres north of the park office. This cave is full of stalactites and stalagmites. Oil lamps can be rented at a nearby village for exploring the cave. Tham Sai ,is 9 kilometres north of the park office. Exploration inside the cave takes about half an hour. Oil lamps can be rented at nearby Khung Tanot Village. Hat Laem Sala is located 16 kilometres north of the park office. It can be reached by boat or walking across a hill from Bang Pu Village. Walking up a beachside mountain for a while, visitors will arrive at a famous cave called 'Tham Phraya Nakhon'. The cave has a big hole through which a shaft of light reaches and permits the growth of various kinds of plants. Phra Thi Nang Khuha Kharuhat, a Thai style pavilion, lends the most attractive sight to the cave and has become the symbol of Prachuap Khiri Khan. It is a four-porched building first constructed in Bangkok in 1890 during the reign of King Rama V, then dismantled and moved to the cave where it was reconstructed. Its gable tops were raised by the King himself.

ตั้งอยู่ในเขตอำเภอกุยบุรีและกิ่งอำเภอสามร้อยยอด ห่างจากหัวหินลงมาทางใต้ประมาณ 63 กิโลเมตร ตามตำนานเล่ากันว่า พื้นที่แถบนี้เคยเป็นทะเลมีเกาะใหญ่น้อยอยู่มากมาย
ในสมัยนั้นมีขบวนเรือสำเภาจีนแล่นผ่านมา และประสบกับลมพายุมรสุมจนเรืออับปาง คนบนเรือที่รอดชีวิต 300 คนได้ไปอาศัยอยู่ตามเกาะต่าง ๆ จึงเรียกว่า “เกาะสามร้อยรอด” ต่อมาเพี้ยนเป็น “เขาสามร้อยยอด” จนทุกวันนี้ อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 98 ตารางกิโลเมตร หรือ 61,300 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศประกอบด้วยภูเขาหินปูนสูงชันริมฝั่งทะเลผสมกับที่ราบริมฝั่งทะเลที่เป็นหาดเลนและห้วงน้ำทะเลตื้น รวมถึงเกาะหินปูนที่ตั้งเรียงรายอยู่ใกล้ชายฝั่ง เป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิดซึ่งมีมากในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2509 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 4 และเป็นอุทยานแห่งชาติประเภทชายฝั่งทะเลแห่งแรกของไทย
 
Ao Manao / อ่าวมะนาว อ่าวน้อย อ่าวประจวบคีรีขันธ์   

Lying some 5 kilometres south of the town, this beautiful curved bay, once a battlefield between the Thai and Japanese armies during the Second World War, is under the care of the Royal Thai Airforce. Part of the beach is lined with souvenir stalls. The remainder, and the greater part, is tranquil and largely untouched by commercialism. Accommodation should be reserved in advanced at the 53rd Squadron, Tel: 0 3261 1017, 0 3261 1031 ext. 2146.

อยู่หน้าเมืองประจวบฯ มีทิวทัศน์สวยงามเหมาะต่อการออกกำลังกาย เช่น วิ่ง ขี่จักรยานเลียบชายทะเล โดยอ่าวน้อยและอ่าวประจวบฯ มีถนนเลียบชายหาดเชื่อมโยงถึงกัน อ่าวน้อย มีทิวสนขนานไปกับถนน อ่าวประจวบฯ มีบาทวิถีให้เดินชมท้องทะเลได้อย่างใกล้ชิดและมีร้านอาหารทะเลให้เลือกสรรรับประทานหลายแห่ง

   
Ma Ruk Ha Thai Ya Wan Palace / พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

 
This palace is a royal seaside resort. The construction materials were obtained from the demolished Hat Cho Samran Palace by th royal command of king Vaijravudh in the year 1923. Located at Tambon Huai Nua , Amphoe Cha-Am KM.216, it is a litte bit beyond Cha-Am Beach (going from Bangkok).

This palace is noted for three two - storeyed wooden pavilions facing the sea, and is referred to as the palace of love and hope. Series of halls are linked together throughout the palace. Residential halls of the royal consort members are located on the right wing. The central group of halls which is the royal residence consist of royal sitting and relaxing rooms, accommodations for close royal servants called Phisan Sakhon Hall, and the reading room.
In addition, Samoson Sewakamat Hall, a two-storey open pavilion, is used as a meeting place, and sometimes as a theater. Two important dramas were shown on this stage in 1941 : Phra Ruang and Wiwah Phra Samut. Chao Phraya Ramrakhop ordered a statue of King Vajiravudh, as a royal dedication, to be enshrined in the hall of Marukhathaiyawan Palace. An annual rite is conducted on November 25, the aniversary of King Vajiravudh's death.


มฤคทายวัน...พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง... บนเส้นทางแห่งการพักผ่อนของกรุงเทพฯ-ชะอำ ยังมีสถานที่แห่งหนึ่งอันเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอันล้ำค่านาม พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นอาคารไม้ที่งดงามยิ่ง สร้างขึ้นด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของพรรณไม้ร่มรื่นและหาดทรายขาวสะอาดตา ผสานเสียงเกลียวคลื่นดังกระทบฝั่งอยู่เป็นระยะๆ นับเป็นบรรยา
กาศที่สงบและรื่นรมย์ ดุจดังแต่กาลก่อนเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชนิเวศน์แห่งนี้ขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2467
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำรวจตระเวนชายแดนค่ายพระรามหก และเมื่อผู้ไปเยือนเข้าไปตามเส้นทางที่มุ่งสู่หาดทราย ก็จะได้สัมผัสบรรยากาศอันเงียบสงบและร่มรื่นของพระราชนิเวศน์อันงดงามแห่งนี้ ซึ่งประกอบด้วยหมู่พระที่นั่งใหญ่ 3 องค์ ปลูกเรียงรายไปตามแนวชายหาด ทุกองค์สร้างอย่างแบบยุโรป แต่ปรับให้เข้ากับภูมิอากาศของไทยที่ร้อนชื้นได้เป็นอย่างด
 
K.Mongkut Memorial Park & Waghor Aquarium / อุทยานวิทยาศาสตร์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หว้ากอ    

This Science Park was established at Wa Ko in 1989 to commemorate King Monkut (King Rama IV), who is regarded as the Father of Thai Science Study. In 1968 the King made a trip to Wa Ko to witness an eclipse of the sun after his astronomical forecast. A science museum with many sections for youth education, an aquarium and a butterfly garden situated in the compound can be visited every day from 9 a.m. to 4 p.m. The park is located at Km.335 of Highway No. 4, about 12 kilometres from Prachuap Khiri Khan and 4 kilometres along a branch road. Call 0 3266 1098 for more information.

A place around 10 km south of Prachuab in a small district called Waghor. Plenty of good sized aquariums inside with all manner of freshwater and marine fish, good info on ecosystems in the surrounding area.


ตั้งอยู่ริมทะเลในตำบลคลองวาฬ ห่างตัวเมืองประจวบฯ ไปทางทิศใต้ประมาณ 12 กม. ในอดีตรัชกาลที่ 4 ทรงใช้เป็นสถานที่ทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวง ก่อนเสด็จสวรรคตไม่นาน ปัจจุบันสร้างเป็นเมืองวิทยาศาสตร์ แหล่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านดาราศาสตร์ ทุกปีจะมีการจัดกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชน
สัมผัสกับมหัศจรรย์โลกใต้น้ำ มีทั้งสีสันความสวยงามของสัตว์น้ำหลากหลายชนิด ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มในมิติใหม่ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ ภายในแบ่งพื้นที่เป็น 6 ส่วน คือ ส่วนอัศจรรย์โลกสีคราม, ส่วนจากขุนเขาสู่สายน้ำ, ส่วนสีสันแห่งท้องทะเล, ส่วนเปิดโลกใต้ทะเล, ส่วนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและส่วนกิจกรรมปฏิบัติการ

 
   
Wat Tham Khao Khan Kradi / วัดเขาถ้ำคั่นกระได   

Wat Khao Tham Khan Kradai is located about 8 km north of Prachuap Khiri Khan town, a cave temple on a beautiful bay.

ตั้งอยู่เชิงเขาบริเวณอ่าวน้อย ก่อนถึงตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร ในบริเวณมีถ้ำขนาดเล็ก ประดิษฐานพระพุทธไสยาสต์ ในอดีต ถ้ำแห่งนี้เป็นสถานที่ซึ่งชาวเรือมักเข้ามาอาศัยหลบพายุฝน
 
Dan Singkhon / ด่านสิงขร    

Dan Singkhon lies at the narrowest point of Thailand (between the Gulf of Thailand, and Myanmar) at only about 12 km.

บริเวณที่แคบที่สุดของประเทศเป็นช่องทางที่ไทย - พม่า ประเทศ โดยวัดจากระยะชายทะเลอ่าวไทยถึงชายแดนพม่าประมาณ 12 กิโลเมตร ใช้เป็นทางผ่านติดต่อไปมาหากันตั้งแต่โบราณ และเป็นช่วงที่แคบที่สุดของประเทศไทย ท้องที่ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองฯ โดยวัดระยะ จากชายทะเลอ่าวไทยถึงชายแดนพม่าประมาณ 12 กม. ด่านสิงขรตั้งอยู่ห่างจากถนนเพชรเกษมไปทาง ทิศตะวันตกประมาณ 18 กม. มีถนนลาดยางเข้าถึง
   
Khao Thong Chai (Thong Chai Mountain) / วัดทางสาย    

 
Phra Maha Chedi Pakdeeprakas(The nine-tiered top pagoda)

It has three levels of the square-shaped pagoda enshrining a relic of Buddha. The pagoda was built jointly by the people of Ban Krud and of other surrounding towns for the Golden Jubilee (50 years of reign) of His Majesty the King Bhumibol Adulyadej, and the name Maha Chedi Pakdeeprakas was given by the King. This foundation is called Wiman Loi (the floating paradise)

อยู่ห่างจากกองบิน ๕๓ ประมาณ ๗๐ กิโลเมตร ตั้งอยู่บนเขาธงชัย มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญคือ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ พระตำหนักกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ หรือ เจดีย์เก้ายอด (พุทธสถานธรรมอุทยาน และอยู่ในเขตของวัดทางสาย) ซึ่งสามารถมองเห็นความงามของท้องทะเลบ้านกรูดบนสถานที่ดังกล่าว
ความเป็นมา
พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกการครองราชย์ครบรอบ 50 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุยเดช รัชกาลที่ 9 จากการออกแบบโดยยอดฝีมือบรมครูสถาปัตยกรรมไทย ม.ร.ว.มิตรารุณ เกษมศรี ศิลปินแห่งชาติ ผู้ที่ทุ่มชีวิตและวิญญาณออกแบบสุดตัว ในขณะนั้น ท่านอายุได้ 80 ปีแล้ว และใช้เวลากว่า 2 ปีเต็ม จึงจะแล้วเสร็จ เมื่อเสร็จท่านก็สิ้นชีวิตลงทันที สิ่งก่อสร้างได้ถูกสร้างขึ้นบนยอดเขาธงชัย โดยประชาชนต่างร่วมกันบริจาคเพื่อให้เสร็จสมความต้องการและเพื่อเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของท่าน และการทำงานอย่างเงียบๆ ที่ลงทุนไปกว่า 200 กว่าล้านบาท อีกทั้งนายสวัสดิ์ โชติพานิช หนึ่งในห้า กกต. เป็นประธานคณะกรรมการการก่อสร้างพระมหาเจดีย์นี้
พระมหาธาตุเจดีย์เก้ายอด
สัดส่วนของอาคารพระมหาธาตุ มีความหมายการครองราชย์ครบ 50 ปี หลายอย่าง เช่น ตัวอาคาร สูง 50 เมตร กว้าง 50 เมตร ยาว 50 เมตร เป็นอาคารชุดหลังเดียว มี 5 ชั้น ซึ่งหมายถึง ขันธ์ 5 บนเนื้อที่กว่า 3 ไร่ ประกอบด้วยหมู่เจดีย์ 9 องค์ ซึ่งหมายถึงหมู่เจดีย์ประจำองศ์ รัชกาลที่ 9 การก่อสร้างรวมเอาโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ วิหารคด มารวมกันไว้ในอาคารเดียวกัน มีเจดีย์ประธานองค์ใหญ่ ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จจะนำพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุวางไว้ในบุษบกภายใต้โดม และประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำ ไว้บนยอดเจดีย์ชั้นที่ 5 และมีเจดีย์รายรอบ 4 ทิศ 8 องค์ เจดีย์ทั้ง 9 องค์ออกแบบเป็นเจดีย์ทรงลังกา ตัวอาคารตกแต่งโดยใช้ไม้สักทองแต่งขอบแบบสถาปัตยกรรมไทยแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นประตู หน้าต่าง เสา ตลอดจนเครื่องตกแต่งภายใน
ชั้นที่ 1 หรือ ชั้นใต้ดิน เป็นชั้นที่ใช้เก็บน้ำ มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการต่างๆ และพิพิธภัณฑ์ลายไทย
ชั้นที่ 2 หรือ ชั้นพื้นดิน เป็นศาลาอเนกประสงค์ปฏิบัติธรรม เป็นที่พักของผู้ที่ต้องการมานั่งวิปัสสนากรรมฐาน
ชั้นที่ 3 เป็นพระวิหารที่รับพระกฐิน ผ้าป่า และเป็นสถานที่ฟังธรรมเทศนา สามารถจุคนได้ถึง 1,000 คน ตรงกลางอาคารของชั้นนี้ประดิษฐานพระพุทธรูป 4 อิริยาบถ ประจำ 4 ทิศ
ชั้นที่ 4 เป็นอุโบสถ มีพระพุทธรูปปางสีลาเป็นพระประธาน เป็นพระพุทธรูปประจำวันเกิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฝาผนังที่ลงรักปิดทองรูปใบไม้ร่วง ตัดกับพื้นผนังสีครีม ด้านหลังพระประธาน เป็นจิตรกรรมฝาผนังรูปพระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์และในทิศทั้งสี่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ หน้าต่างประดับด้วยกระจกสีเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระมหาชนกซึ่งพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแต่งขึ้น รายรอบตัวอาคาร ด้านนอกอาคารที่รายรอบในชั้นนี้สามารถชมความงามของอ่าวบ้านกรูด จัดว่าเป็นชัยภูมิที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เนื่องจากยอดเขาติดริมทะเลมีหาดทรายของบ้านกรูดโอบล้อมเขาที่ตั้งของพระมหาเจดีย์ ลักษณะคล้ายเต่ากำลังคลานลงทะเล เมื่อมองจากทะเลคล้ายวิมานลอย ซึ่งตามหลักฮวยจุ้ยถือว่า ศาสนสถานที่ตั้งบนหลังเต่า เป็นมหามงคลอย่างสุดๆ
ชั้นที่ 5 เป็นส่วนของเจดีย์ประธานองค์ใหญ่ ที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ( ปกติจะไม่เปิดให้ขึ้นชมด้านใน )
พระพุทธกิตติสิริชัย
ประดิษฐานอยู่บนเชิงเขาธงชัย เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาท เป็นพระประธานองค์ใหญ่ รูปทรงแบบคันธาราช (ปางตรัสรู้) ลักษณะนั่งขัดสมาธิเพชรบนดอกบัว มีผ้าทิพย์พระนามาภิไธย ส.ก. ประดิษฐานอยู่ด้านหน้า มีความสูง 9 วา อันเปรียบได้กับ นวโลกุตรธรรม 9 คือ มรรค 4 ผล 4 นิพพาน 1 มีฐานกว้างโดยรอบได้ 16 วา เปรียบได้กับ โสฬสญาณ คือ ญาณ 16 มีศาลาพัก 3 หลัง เปรียบเสมือน ศีล สมาธิ ปัญญา มีทางขึ้น 2 ทาง อันเปรียบกับ สมถะและ วิปัสสนาเป็นทางเดิน มีหน้าตักกว้าง 5 วา อันเปรียบได้กับขันธ์ 5 เป็นพระพุทธรูปที่มีความงดงามสมกับพุทธลักษณะเป็นอย่างยิ่ง และ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2536 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ประชาชนร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้า ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาศ ที่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงพระชนมายุ 5 รอบ หรือ 60 พระชันษา หันพระพักตร์ออกทะเลให้เป็นที่สักการะบูชาของคนเรือที่ผ่านบริเวณเขาธงชัย องค์พระเป็นปูนปั้นลงทองทั้งองค์มองไกลดูงดงาม โดยเฉพาะยามค่ำคืนมีแสงไฟช่วยให้ดูงดงามตระการตา รอบองค์พระประธานมีรูปเหมือนของพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมากมายรายรอบให้เป็นที่สักการะของประชาชนทั่วไป
อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
พระตำหนักกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เริ่มดำเนินการสร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2525 และนำพระรูปมาประดิษฐานไว้เมื่อ ปี พ.ศ. 2531 ตั้งอยู่ที่เชิงเขาด้านล่างถัดลงมาจากพระพุทธกิตติสิริชัย เป็นที่สักการะของชาวเรือเพราะถือว่าเป็นบิดาแห่งกองทัพเรือ และที่นับถือของประชาชนทั่วไป มีการจุดประทัดถวายแด่กรมหลวงฯ เพื่อขอพร มีเรื่องมหัศจรรย์ เกิดขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2532 มีงูเหลือมยักษ์ขึ้นมาพันพระศอ เสมือนลางบอกเหตุว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีจะเกิดขึ้น และราวปลายปีนั้นเอง ก็เกิดพายุเกย์ขึ้น จนเป็นที่ เล่าขานกันมานาน

   
   
เจ้าพ่อเขาล้อมหมวก    

“อภินิหาริย์เจ้าพ่อ” เจ้าพ่อเขาล้อมหมวก สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีความเลื่อมใสศรัทธามาเป็นเวลาช้านาน… 
 สถานที่ตั้งของเจ้าพ่อเขาล้อมหมวก ตั้งอยู่ภายในบริเวณกองบิน 53 อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับ อ่าวมะนาว ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเลื่องชื่อของจังหวัด (อ่าวมะนาวอ่าวมะนาว  ในอดีตเคยเป็นยุทธภูมิในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างกองทัพไทยและกองทัพญี่ปุ่น บริเวณอ่าวมะนาวมีทิวทัศน์สวยงามมาก ) 
 ประวัติความเป็นมาของเจ้าพ่อเขาล้อมหมวก   
  ตามตำนานที่เล่าขานสืบมาแต่ครั้งบรรพกาล ท่านเป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่ เดินทางโดยเรือสำเภามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อมาถึงแผ่นดินแห่งนี้ ท่านได้สร้างหลักปักฐาน และสร้างคุณความดีอย่างยิ่งยวดให้กับแผ่นดินและประชาชน จนเป็นที่เคารพนับถือของคนทั่วไป ตราบจนสิ้นอายุขัยได้ 97 ปี ด้วยพลังบารมีแห่งความดี ที่ท่านได้สั่งสมไว้ครั้งยังมีชีวิตอยู่ ได้ส่งผลให้ดวงวิญญาณสิงสถิตย์เป็นเทพมเหสักข์ ณ ขุนเขาล้อมหมวกแห่งนี้ ช่วยดลบันดาลประทานพรความสุขความเจริญ ให้สรรพสัตว์ตราบนิจนิรันดร์ (เป็นข้อความที่ปรากฏบนแผ่นศิลา บริเวณด้านหน้าของศาลเจ้าพ่อเขาล้อมหมวก) 
 มีเรื่องเล่ากันว่า เมื่อทหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชาวบ้านซึ่งเป็นผู้หญิง เด็ก และคนชรา ต้องหนีภัยสงครามในครั้งนั้น ซึ่งพวกเขาได้มาหลบภัยกันที่บริเวณสถานที่ตั้งของศาลเจ้าพ่อเขาล้อมหมวก พร้อมกับบนบานสานกล่าว ขอให้เจ้าพ่อเขาล้อมหมวกช่วยปกป้องคุ้มภัยให้รอดพ้นจากอันตรายในครั้งนี้  
 ในขณะนั้นนักบินญี่ปุ่นได้ระดมยิงปืนกลอากาศ พร้อมกับทิ้งลูกระเบิดนับเป็นร้อยๆ ลูก เพื่อให้ฝ่ายทหารไทยยอมแพ้ เป้าหมายส่วนหนึ่งที่นักบินญี่ปุ่นต้องการถล่มให้ราบเป็นหน้ากลอง นั่นคือ บริเวณสถานที่ตั้งของเจ้าพ่อเขาล้อมหมวก เนื่องจากทหารญี่ปุ่นรู้ล่วงหน้ามาว่า หากสามารถทำลายขวัญของชาวบ้านได้แล้ว ชัยชนะจากการทำสงครามก็จะง่ายขึ้น  
 ปรากฏว่าทหารญี่ปุ่นต้องพบกับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง เมื่อลูกระเบิดที่ทิ้งลงมาจากเครื่องบิน ได้ปลิวไปตกกลางทะเลหมดทุกลูก (เหตุการณ์นี้นักบินญี่ปุ่นได้เล่าให้ฟัง หลังจากที่สงครามสงบลงแล้ว) ทหารญี่ปุ่นถามชาวบ้านว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ชาวบ้านจึงเล่าให้ฟังว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองพวกชาวบ้าน ให้รอดพ้นจากภัยสงครามทางอากาศ คือ เจ้าพ่อเขาล้อมหมวก นั่นเอง  
 เมื่อทราบเรื่องราวทั้งหมด นักบินรวมทั้งทหารญี่ปุ่นจำนวนมาก ได้เดินทางมาสักการะบูชาเจ้าพ่อเขาล้อมหมวก พร้อมกับขอขมาลาโทษที่ได้กระทำการล่วงเกิน เสมือนเป็นการกระทำลบหลู่ นี่คือเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น และมีผู้ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง !!! 
 ปัจจุบันจะมีนักท่องเที่ยวและชาวบ้านจำนวนมาก เดินทางมาสักการะบูชาเจ้าพ่อเขาล้อมหมวก บางคนก็มาขอโชคลาภ ขอให้เจ้าพ่อช่วยเหลือในเรื่องหน้าที่การงานต่างๆ เมื่อสิ่งที่ขอได้ดั่งความประสงค์ สิ่งของที่เป็นเครื่องแก้บนเจ้าพ่อ คือ หมวกกวยเล้ย (หมวกจีนสมัยโบราณ) ด้วยความเชื่อว่า เป็นสิ่งที่เจ้าพ่อท่านโปรดปรานนั่นเอง 
 เพื่อความสมบูรณ์ของบทความนี้ ผู้เขียนขออนุญาตนำเสนอเหตุการณ์ การสู้รบระหว่างทหารไทยกับทหารญี่ปุ่น โดยข้อมูลต่างๆ ที่นำเสนอนี้ ได้รับการอนุเคราะห์จากกองบิน 53 ซึ่งต้องขอกราบขอบพระคุณมา ณ. ที่นี้ 
 
 
 
 
อู่ต่อเรือ    

เป็นสถานที่ต่อเรือประมงขนาดใหญ่ ที่สืบทอดภูมิปัญญามาจากบรรพบุรุษสู่รุ่นลูกหลาน ปัจจุบันจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวต่างประเทศเข้าไปเยี่ยมชมมากจุดหนึ่ง
การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกันที่จะไปวนอุทยานเขาตาม่องล่าย อยู่ห่างจากตัวเมือง ประมาณ 5 กิโลเมตร
   
วนอุทยานเขาตาม่องล่าย(Unseen Thailand)   

วนอุทยานเขาตาม่องล่าย Unseen Thailand เป็นวนอุทยานที่ตั้งอยู่ริมทะเล ลักษณะเขาตาม่องล่ายมีพื้นที่ส่วนหนึ่งทอดยื่นออกไปในทะเล ในยามค่ำคืนจุดนี้เป็นจุดที่สามารถมองเห็นอ่าวประจวบฯในรูปครึ่งวงพระจันทร์ที่สวยงามมาก ปัจจุบันทางวนอุทยานฯมีบ้านพัก เต้นท์
ไว้บริการนักท่องเที่ยว การเดินทาง จากตัวเมืองประจวบฯ ขับรถไปตามถนนเลียบชายทะเลขึ้นไปทางทิศเหนือ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร
   
หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด   

ประวัติหลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด
หลวงพ่อทวด หรือ สมเด็จพะโค๊ะ มีนามเดิมว่าปู เป็นบุตรนายหู นางจัน วัน เดือน ปี เกิดของเด็กชายปู บ้างว่าเป็นเดือน 4 ปีมะโรง ตรงกับ พ.ศ. 2125 บ้างว่าปี พ.ศ. 990 ฉลู สัมฤทธิศก บ้างว่า พ.ศ. 2131 โดยอนุมาน เข้าใจว่าคงเป็นปลายสมัยมหาธรรมราชา อาจเป็นปี พ.ศ. 2125 หือ 2131 ตอนเด็กชายปูยังเป็นทารก มีเรื่องเล่าเป็นปฏิหาริย์เอาไว้ว่าหลังจากนางจันเลิกอยู่ไฟก็ออกเกี่ยวข้าวทันที วันหนึ่งนางไปเก็บข้าวก็เอาบุตรให้นอนในเปลใต้ต้นหว้างูบองสลาขึ้นมานอนบนเปลนั้น มารดา บิดาเห็นตกใจ งูก็เลื้อยหายไป แต่ได้คายแก้ววิเศษเอาไว้ให้ เมื่อเด็กชายปูอายุได้ 7 ขวบ บิดาได้นำไปฝากกับท่านสมภารจวงซึ่งเป็นพี่ชายของนางจันผู้เป็นมารดา (หลวงลุง) วัดกุฏิหลวง (วัดดีหลวง) เพื่อให้เล่าเรียนหนังสือ เด็กชายปูมีความเฉลียวฉลาดมากสามารถเรียนหนังสือขอมและไทยได้อย่างรวดเร็ว ครั้นอายุได้ 10 ขวบ ก็บวชเป็นสามเณรและบิดาได้มอบแก้ววิเศษให้เป็นของประจำตัว ต่อมาสามเณรปูได้ไปศึกษาต่อกับพระชินเสนที่วัดสีหยัง (สีคูยัง) ซึ่งเป็นพระอาจารย์ที่เชี่ยวชาญและมีชื่อเสียงมากมาจากกรุงศรีอยุธยา เมื่อได้อายุ 20 ปีบริบูรณ์ ได้เดินทางไปศึกษาต่อที่นครศรีธรรมราช ณ สำนักพระมหาเถระปิยทัสสี ต่อมาก็ได้เข้ารับการอุปสมบท มีฉายาว่า “ราโมธมฺมิโก” แต่คนทั่วไปเรียกว่า “เจ้าสามีราม” เจ้าสามีรามได้ศึกษาอยู่ที่วัดท่าแพ วัดสีมาเมือง และวัดอื่นๆอีกหลายวัด
เมื่อเห็นว่าการศึกษาที่นครศรีธรรมราชเพียงพอ จึงได้ขอโดยสารเรือสำเภาเดินทางไปกรุงศรีอยุธยา ขณะเดินทางถึงเมืองชุมพรเกิดคลื่นลมทะเลปั่นป่วนเรือไม่สามารถแล่นฝ่าคลื่นลมไปได้ ต้องทอดสมออยู่ถึง 7 วัน ทำให้เสบียงอาหารและน้ำหมด บรรดาลูกเรือจึงตั้งข้อสงสัยว่าการที่เกิดอาเพศในครั้งนี้เป็นเพราะเจ้าสามีราม จึงตกลงใจส่งเจ้าสามีรามขึ้นเกาะ ได้นิมนต์ให้เจ้าสามีรามลงเรือมาดขณะที่นั่งอยู่ในเรือมาดนั้นท่านได้ห้อยเท้าแช่ลงไปในน้ำทะเล ก็บังเกิดอัศจรรย์น้ำทะเลบริเวณนั้นเป็นประกายแวววาวโชติช่วงเจ้าสามีราม จึงบอกให้ลูกเรือตักน้ำขึ้นมาดื่มก็รู้สึกว่าเป็นน้ำจืดจึงช่วงกันตักไว้จนเพียงพอ นายสำเภาจึงนิมนต์ให้ขึ้นสำเภาอีก และตั้งแต่นั้นเจ้าสามีรามเป็นชีต้น หรืออาจารย์ของเจ้าสำเภาอิน สืบมา
อภินิหารที่ท่านสามีรามเหยียบน้ำทะเลจืดเป็นที่โจษขานมาถึงบัดนี้และเหตุการณ์ตอนนี้เล่าเสริมพิสดารขึ้นว่า ตอนแรกนายอินเชื่อมั่นว่าพระสามีรามเป็นกาลกิณีเรือจึงต้องพายุเพราะก่อนมาไม่เคยเป็น เมื่อคลื่นลมสงบจึงคิดจะเอาเจ้าสามีรามปล่อยเกาะ แต่ครั้นเห็นปาฏิหาริย์จึงขอขมาโทษ

ในยุคนี้และสมัยนี้ เกือบจะไม่มีชาวไทยคนใดเลย ที่จะไม่เคยได้ยินชื่อหรือได้ฟังกิติศัพท์เล่าลือเกี่ยวกับ ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด ความศักดิ์สิทธิ์อันนี้ บ้างก็เป็นเรื่องของความคลาดแคล้วจากอุบัติเหตุสยองจากไฟไหม้หรือจากภัยพิบัติ นานัปการ และหลวงพ่อทวดมิใช่จะคุ้มครองเฉพาะด้านอุบัติเหตุเท่านั้น แม้แต่ในทางโชคลาภ ก็ให้ผลอย่างดีที่สุด ดังที่ได้ประจักษ์แก่ผู้เลื่อมใสมาแล้ว
วัดห้วยมงคล เป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก แต่เดิมใช้ชื่อว่า “วัดห้วยคต” ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านห้วยคต ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานนามใหม่จากห้วยคต เป็นห้วยมงคล ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นทั้งชื่อหมู่บ้าน วัด โรงเรียน และโครงการต่างๆ อีกมากมาย
กว่าสี่สิบปีแล้วที่หมู่บ้านห้วยมงคล เป็นที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาเยี่ยมประชาชนด้วยโครงการต่างๆที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับพสกนิกรให้มีฐานะดีขึ้น ประชาชนมีสุขกันทั่วหน้าและโครงการต่างๆ ก็ดำเนินไปได้ด้วยดี เพราะมีส่วนราชการให้การดูแล รวมทั้งทรงอุปถัมภ์วัดห้วยมงคลไว้ให้เป็นที่พึ่งทางใจสำหรับชาวบ้าน
ต่อมาพระครูปภัสรวรพินิจ หรือพระอาจารย์ไพโรจน์ ปภัสสโร เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคลองค์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นพระนักพัฒนาที่มีศีลจารวัตที่ดีงามเป็นที่เคารพของคนในชุมชนบ้านห้วยมงคล และพลเอกวิเศษ คงอุทัยกุลรองสมุหราชองครักษ์ได้มีดำริที่จะสร้าง “หลวงพ่อทวด” องค์ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ รวมทั้งเผยแพร่และสืบทอดพระพุทธศาสนาอีกทั้งให้เป็นที่เคารพสักการบูชาและเป็นที่พึ่งทางใจของเหล่าพุทธศาสนิกชน
ด้วยเรื่องราวปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อทวด (เหยียบน้ำทะเลจืด) ที่พุทธศาสนิกชนในภาคใต้ให้ความเคารพเลื่อมใสมาเป็นเวลานาน และรู้จักกันเป็นอย่างดี จึงก่อเกิดการร่วมมือร่วมใจจากหลายองค์กรทั้งทางภาครัฐและเอกชนในการสร้างประติมากรรมองค์จำลองหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก โดยกาลนี้สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร เททองหล่อองค์หลวงพ่อทวด เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2547 และพระราชทานพระราชานุญาตให้คณะกรรมการจัดสร้างอันเชิญพระนามาภิไธยย่อ ส.ก. ขึ้นประดิษฐานที่หน้าองค์รูปหล่อองค์หลวงพ่อทวด
บัดนี้รูปหล่อหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งหล่อด้วยโลหะผสม หน้าตักกว้าง 9.9 เมตร สูง 11.5 เมตร บนฐานสูง 3 ชั้น ชั้นล่างกว้าง 70 เมตร ยาว 70 เมตร ได้จัดสร้างเสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อย พร้อมที่จะให้พุทธศาสนิกชนทั่วทั้งประเทศได้เดินทางมานมัสการกราบไหว้ เคารพสักการะ ด้วยเส้นทางที่สะดวกต่อการคมนาคม
นอกจากนี้ที่วัดห้วยมงคลแห่งนี้ยังมีหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดแกละสลักจากได้ตะเคียนทองขนาดใหญ่อายุกว่าพันปี ที่ฝังอยู่ในทรายใต้แม่น้ำยม จังหวัดแพร่ลึกกว่า 10 เมตร ชาวบ้านเชื่อกันว่าต้นไม้ที่มีแก่นสูง 1 คืบขึ้นไปจะมีรุกขเทวดาสถิตอยู่เพื่อดูแลปกป้องคุ้มครองคนที่มาสักการบูชา เมื่อนำต้นตะเคียนทองมาทำรูปเคารพ เช่นแกะเป็นหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดจึงมีอนุภาพและความศักดิ์สิทธิ์เป็นทวีสิทธิ์ ดลบันดาลให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
(คัดลอกจากเอกสารวัดห้วยมงคล ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์